หอมกลิ่นความรัก:  ซีรีส์วายพีเรียดฉบับล้านนา เมื่อกลิ่นหอมหวานพร้อมจะร่วงโรยตามกาล

เรื่อง: ธันยชนก อินทะรังษี

ภาพ: Dee Hup House

เมื่อกล่าวถึง “ซีรีส์วายพีเรียดล้านนา” หลายคนคงนึกสงสัยในใจไปแล้วว่า จะเป็นเรื่องราวในรูปแบบไหนกัน ยิ่งนึกไปถึงบริบททางสังคมในอดีตของความรักเพศเดียวกัน คงคาดเดาได้ไม่ยาก ถึงฉากระทมขมรัก ไม่มีทางที่จะพบความสมหวัง ซีรีส์วายเรื่อง ‘กลิ่นหอมความรัก’ ได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง นนกุล- ชานน สันตินธรกุล ประกบกับนักแสดงหน้าใหม่ ไบร์ท-รพีพงศ์ ทับสุวรรณมา มาบอกเล่าความรัก กลิ่นหอมหวานของดอกลั่นทมที่พร้อมจะร่วงโรยตามกาล

หากเราย้อนไปถึงล้านนาในอดีตกาล ราวปี พ.ศ.2470 หรือสมัยรัชกาลที่ 7  บริบทกลิ่นอบอวลของเมืองเหนือจะมีมุมมองต่อเรื่องราวเล่านี้อย่างไร จึงนำมาสู่การวิเคราะห์ความเป็นล้านนาในเรื่องเพศ ที่ปรากฎผ่านซีรีส์วายพีเรียดแรกของไทยเรื่อง “หอมกลิ่นความรัก (I Feel You Linger In The Air)” โดยบทประพันธ์ต้นฉบับมาจากนิยายของ  Violet Rain และถูกนำมาผลิตเป็นซีรีส์โดย YYDS Entertainment และ Dee Hup House

ในทางเดียวกัน อุตสาหกรรมซีรีส์วายของไทยได้เติบโตและกอบโกยเงินทุนมหาศาล (Admink, 2563) มีการสร้างรายได้ให้กับแบรนด์ที่นำนักแสดงที่เล่นซีรีส์วายของ ไทย (ชายรักชาย) ไปเป็นพรีเซนเตอร์ ได้อย่างมาก อาทิเช่น การที่ Line TV ได้จัดทำแคมเปญ “อินกับวิน ฟินกับไบร์ท” ทางช่องทาง LINE TV เพื่อตอบรับกระแสซีรีส์ “เพราะเราคู่กัน 2gether The Series” ที่นำแสดงโดย “ไบร์ท – วิน” เพียงเริ่มต้นกิจกรรมด้วยการไลฟ์ผ่าน LINE TV ในวันที่ 12 พ.ค. 2563 ส่งผลให้ Line TV ครองสถิติสูงสุดของแพลตฟอร์มแบบถล่มทลายในขณะนั้น ซึ่งการ รับชมไลฟ์เติบโตสูงถึง 680% มี Engagement เพิ่มขึ้น 1,400% ทำให้เกิดการทุบทุกสถิติการไลฟ์บนแพลตฟอร์ม 

จากข้อความข้างต้น จึงเป็นที่น่าแปลกใจอย่างยิ่งว่าทำไมหลาย ๆ ประเทศ ยอดการรับชมและชื่นชอบ ซีรีส์วายของไทย (ชายรักชาย) เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่รัฐบาลหลาย ๆ ประเทศ รวมถึงรัฐบาลของไทยกลับไม่ได้มองเห็นถึงความสำคัญ เพราะนอกจากประเทศไทยแล้ว ยังมีอีกหลายประเทศที่รัฐบาลไม่ได้ยอมรับและสามารถฉายภาพยนต์ได้อย่างเปิดเผย ยิ่งในส่วนของเรื่อง หอมกลิ่นความรัก (I Feel You Linger In The Air) ซีรีส์วายพีเรียด ที่กล่าวถึงประวัติศาสตร์ล้านนาเรื่องราวความรัก และการเดินทางก้าวข้ามของเวลา จะมีเหตุการณ์ใดที่เราสามารถถอดบทเรียนจากบริบททางสังคมล้านนา นอกจากบทที่ดี และนักแสดงนำมากฝีมือเป็นทุนเดิมแล้ว ‘หอมกลิ่นความรัก’ ยังได้รับเสียงชื่นชมในด้านโปรดักชั่นและงานสร้าง ที่มีความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด รวมไปถึงการนำเสนอเรื่องราวความรักแบบวาย ในยุคสมัยรัชกาลที่ 7 ได้อย่างสวยงามและโรแมนติก

เรื่องราวความรักของกลิ่นดอกลั่นทม 

หอมกลิ่นความรัก (I Feel You Linger In The Air) ซีรีส์วาย (ชายรักชาย) แนวพีเรียดย้อนยุค ราวปี พ.ศ.2470 ที่ได้รับความนิยมอย่างยิ่งในปัจจุบัน โดยได้เรื่องราวของ จอม (นนกุล ชานน) นักแสดงที่มากฝีมือสร้างผลงานชื่อดังไปจนถึงเมืองจีน อย่างฉลาดเกมส์โกง ซึ่งในเรื่องนี้เขาได้รับบทเป็นสถาปนิกหนุ่มที่ต้องมาควบคุมการออกแบบและปรับปรุงเรือนเก่าแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ ทว่าในการมาทำงานครั้งนี้จอมกลับฝันสุดแสนประหลาดอยู่บ่อยครั้งถึงตนเองและชายปริศนาในสมัยอดีต ในขณะเดียวกัน จอมต้องเผชิญกับความเสียใจเมื่อถูกคนรักหนุ่มขอยุติความสัมพันธ์ เคราะห์ซ้ำกำซัดยังขับรถมาประสบอุบัติเหตุพุ่งชนขอบกั้นสะพานจนเขาตกลงไปในแม่น้ำปิง  

เหตุการณ์เหนือธรรมชาติเกิดขึ้นเมื่อจอมโผล่จากน้ำขึ้นมาแล้วพบ ว่าอยู่ในราวปี พ.ศ.2470 จอมยังได้พบเจอกับชายที่เขาฝันถึงมาตลอด อย่าง คุณใหญ่ (ไบร์ท- รพีพงศ์) ลูกชายคนกลางของหลวงเทพนิติธรรม เจ้าของเรือน พลาธิปที่เขากำลังรีโนเวทอยู่นั่นเอง จอมต้องเริ่มปรับตัวกับ สภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตใหม่ที่ไม่คุ้นชิน ไปพร้อม ๆ กับการก่อร่าง สร้างความสัมพันธ์ระหว่างเขาและคุณใหญ่ที่รู้สึกราวกับเชื่อมต่อกันได้แม้ไม่เคยพบเจอกันมาก่อน ภายใต้บริบทของยุคสมัยที่ไม่เป็นใจให้ทั้งคู่นัก แต่ความรักและความปรารถนากลับเกิดขึ้นมาอย่างมิอาจต้านทาน

หมอแมกกิลวารี หรือ Daniel McGilvary มิชชันนารีชาวอเมริกันที่เข้าไปเผยแพร่คริสต์ศาสนาที่เมืองเชียงใหม่ตั้งแต่ พ.ศ. 2410 ในด้านเศรษฐกิจและการค้าของเมืองเชียงใหม่ ลาวน์ดส์บันทึกไว้ว่า 

“ช่วงเช้าสี่ห้าวันที่ผ่านมานี้ มีคนเอาปลวกชนิดหนึ่งมาขายที่ตลาดเป็นปริมาณมาก พวกเขาว่ามันมีรสน่าลิ้มลองมาก คนชั้นล่างใช้ชีวิตอย่างง่ายมาก พวกพม่าถึงหยันเย้ยพวกเขาว่า แค่มีพริกสักเม็ดหนึ่งกับไข่สักฟองหนึ่งก็พอที่จะกินกับข้าวกันได้ทั้งครอบครัวใหญ่ มีแผงขายของห้าหกแห่งที่มีสินค้าแพรพรรณและสิ่งอื่น ๆ ขาย แต่จำนวนของที่ขายทั้งหมดที่นี่ไม่เพียงพอที่จะใส่ในแผงขายของที่ดี ๆ หน่อยที่มะละแหม่ง กระผมได้สอบถามราคาของดู พบว่าราคาสิ่งของต่าง ๆ พอกับที่มะละแหม่ง อาจมีบางอย่างที่ถูกกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างถูกส่งมาจากกรุงเทพฯ”

ความคล้ายคลึงบริบททางสังคมล้านนาในซีรีส์ มีการค้าขายกันที่กาดหลวง จอมที่หลงยุคมา การแต่งตัวผิดแปลกไปจากคนในชุมชน จึงถูกมองจากชาวบ้านเป็นต่างถิ่น และแสดงท่าทางไม่รับสู้เล็กน้อย แต่พอจอมไม่มีสตางค์ แม่ค้าก็ทำทีด่า แต่ก็มอบไส้อั่วให้บอกว่า “จิ้นนี้มันไหม้ เอาไปกิ๋นเต๊อะ” 

อีกทางหนึ่ง ตอนที่มิ่งได้ช่วยเหลือที่ซุกหัวนอน แม่ของมิ่งมีอารมณ์ขุ่นเคือง ทำท่าทีจะเอาไม้หวายตี ตอนที่จอมพูดคนละภาษา เลยถามจอมไปว่า ทำไมถึงพูดจาไม่รู้เรื่อง กูมากกว่าที่ต้องถามว่ามึงเป็นใคร “เป๋นหยังบ่อู้เมือง” อาจคาดเดาได้ว่าในช่วงนั้นล้านนายังมีความเป็นเอกภาพ ยังคงมีความใจดี พร้อมกับการปรับตัวไปตามสังคม การปกครองของนาย ความแตกต่างระหว่างชนชั้นที่เห็นภาพได้ชัด ช่วงที่จอมย้อนไปอดีตแรก ๆ นายมิ่ง ไพร่เรือนนายฝรั่งที่ช่วยชีวิตไว้ จอมชายหนุ่มว่า “แล้วคนที่นี่ไม่ใช่รถกันหรอ” มิ่งตอบกลับด้วยสีหน้างุนงงว่า “คนแบบหมู่ผมนี่ก๋าจะมีรถ แค่มีเรือหื้อพายก็บุญหัวขนาดละ”

กิตติชัย วัฒนานิกร (2558). นายห้างป่าไม้ สีสันชีวิตอดีตล้านนา บทที่ 5 นายห้างป่าไม้ยุค ‘เจ้าแก้วนวรัฐ’ กล่าวว่า มร.แคมพ์เบลล์ ได้เดินทางมาสัมปทานป่าไม้ในดินแดนล้านนา ในคราแรกเดินทางไปยังอำเภองาม เมืองลำปาง ซึ่งลำบากอยู่มากโข เมื่อถึงลำปางนอกจากเขาจะได้เรียนรู้งานจากผู้จัดการป่าไม้แล้ว สิ่งที่สำคัญคือต้องเรียนรู้เพื่อดำรงชีวิตในบ้านนา คือภาษา “กำเมือง” ซึ่งถ้าหากผู้เขียนนิยายหอมกลิ่นความรักช่วงบริบทสังคมดังกล่าว ที่ปรากฎผ่านซีรีส์ มีนายฝรั่งที่ได้ย้ายไพร่จากลำปางมารับใช้ที่เชียงใหม่ ไพร่เหล่านี้ยกย่องบูชาบุญคุณมากกว่าชีวิตตนเป็นไหน ๆ

จากหนังสือยังกล่าวเพิ่มเติมบางส่วนว่า คนรับใช้นายฝรั่ง ช่วงติดตามไปยังป่าแม่หละ ราวเดือนธันวาคม พ.ศ.2462 พวกเขาต้องทำทุกอย่าง  ตั้งแต่เช้าตรู่กับเสียงเรียกให้ไปรับใช้ เตรียมกาแฟ ขนมปัง เนย พร้อมการปูโต๊ะที่งดงาม หลังเลิกงานก็ต้องหาน้ำร้อน น้ำเย็น จัดแจงห้องน้ำให้มิดชิดปิดบัง พอเปลี่ยนเสื้อผ้านายฝรั่งก็จะดื่มชา อ่านหนังสือที่ชื่นชอบ พลบค่ำก็ให้คนรู้ใจนำวิสกี้ชั้นดีเข้ามาเสิร์ฟ (ในซีรีส์มีฉากที่มิ่งขโมยวิสกี้ไปให้คนรับใช้ดื่ม จนถูกนายฝรั่งสั่งเฆี่ยน) ถึงมื้อรับประทานอาหารเย็น ดื่มด่ำไปกับความเงียบสงัดของป่าไม้ล้านนา นี่เป็นเพียงส่วนนึงของชีวิตของนายห้างค้าไม้ ที่ดูเหมือนได้นำเอาความสะดวกสบายทุกอย่างบรรทุกหลังช้างไปด้วยทุกหนแห่ง

ความเป็นอยู่ของนายห้างป่าไม้หากเปรียบกับชาวบ้าน 

เรียกว่าต่างกันชนิด ‘ราชา’ กับ ‘คนป่า’

เมื่อแรกแย้ม: ดอกไม้ลั่นทมเจ้าหอมรื่นรมย์

ย้อนกลับไปสู่มณฑลพายัพในสมัยเจ้าแก้วนวรัฐ เรื่องราวเหตุการณ์ชวนมึนงง แต่เขาต้องหาทางกลับไปปัจจุบัน การจะอยู่รอดต่อไปได้ต้องมีงานทำ เรื่องราวจับพลัดจับพลูให้จอมได้มาทำงานเป็นทนายหน้าหอ ให้กับคุณใหญ่ ลูกชายข้าราชการจากทางสยาม ด้วยความสนิทสนม และตรึงใจกันตั้งแต่คราแรก ถึงแม้ความสัมพันธ์ระหว่างจอมและคุณใหญ่ที่รู้สึกราวกับเชื่อมต่อกันได้ แม้ไม่เคยพบเจอกันมาก่อน ภายใต้บริบทของยุคสมัยที่ไม่เป็นใจให้ทั้งคู่นัก 

เมื่อกลิ่นความรักหอมกรุ่น เกิดสัมพันธ์ลึกซึ้ง ทั้งคู่จึงมักเผยการกระทำบางอย่าง ที่ทำให้บ่าวไพร่นำไปนินทา พูดถึง หรือแม้กระทั่งญาติผู้ใหญ่ที่เกิดความสงสัย จึงนำไปบอกท่านพ่อของคุณใหญ่ แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ครอบครัวชนชั้นอีลีท ผู้เคร่งขนบธรรมเนียมรับไม่ได้ เมื่อท่านพ่อรู้ดังนั้น จึงให้มือขวาไปสืบเรื่องราว พร้อมกับจับคู่มั่นหมายกับสตรีที่มีฐานะเท่ากัน โดยไม่ถามความสมัครใจของคุณใหญ่ ที่อายุพึ่งย่างก้าวเข้าวัย 20 ปีเท่านั้น แน่นอนว่าความรักทั้งคู่ถูกกีดกั้น จอมที่ไม่มีหัวนอนหลายเท้า ไม่รู้ว่าเป็นลูกเต้าใคร “บ้าจอม มันเป๋นแค่ขี้ข้า” คุณใหญ่ที่สูงส่ง ความต่างของฐานะและเพศที่บริบททางสังคมไม่ยอมรับ จึงเป็นเรื่องยากยิ่งที่จะก้าวผ่านพ้นไปด้วยกันได้ 

ลั่นทม ดอกที่สอง: เคยชื่นเคยชมดอมดม ให้ชื่นใจ

เลสเบี้ยนหลังเรือนนายฝรั่ง ในส่วนของรักหญิงหญิง ที่ปรากฏผ่านซีรีส์เรื่องนี้ ได้บอกเล่าถึง ‘เม้ย’ ทาสที่นายฝรั่งค้าไม้รับมาดูแลจากซ่องโสเภณี หลังที่ถูกโบยตี กับคุณเอื้องผึ้ง พี่สาวของคุณใหญ่ ที่ถูกคลุมถุงชนจับแต่งงานกับนายฝรั่ง เพื่อเหตุผลทางการค้ากับทางสยาม ทั้งคู่ได้พบรักกันก่อนที่จะถูกบังคับ ยุคนั้นมีข่าวโด่งดังทั่วพระนครของการเล่นเพื่อน ที่หมายถึงคบเพื่อนหญิงด้วยกันต่างชู้รัก ท่ามกลางเสียงหนาหูไปยังเมืองรอบนอกอย่างล้านนา หญิงสองคนที่ตกเป็นข่าวถูกยิงฆ่าจากบุรุษ แต่สังคมกลับมองว่าคนที่ผิดคือพวกเขา ที่ผิดแผกต่างจากคนอื่น 

เรื่องราวได้ถูกเปิดเผยเมื่อนายฝรั่งเข้ามาบนเรือนตอนดึก เห็นไพร่นอนอยู่บนเตียงกับนายอย่างไม่เหมาะสม เป็นอีกหนึ่งมุมมองเรื่องของชนชั้น การลงโทษจากเหตุการณ์นั้น คุณเอื้องผึ้งได้เพียงกักบริเวณ แต่ ‘เม้ย’ ไพร่ที่มีแผลเป็นบนหลังจากการถูกเฆี่ยนตี แน่นอนว่าต้องถูกไม้หวายประทับเพิ่มรอยเลือดสีชาดอย่างไม่สงสัย

ลั่นทม ดอกสุดท้าย

บริบทสังคมล้านนาในแง่มุมความหลากหลายทางเพศ ล้วนได้รับอิทธิพลแนวความคิดมาจากส่วนกลางเป็นหลัก ข้อมูลจากพิพิธภัณท์สถานแห่งชาติ จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ในพิธีกรรมดั้งเดิมของวัฒนธรรมล้านนา ชาว LGBTQ+ มีบทบาทสำคัญในการสืบทอดพิธีกรรม ม้าขี่ปู๊เมีย คำว่า “ปู๊เมีย” หรือ “ปู๊แม่” ในความหมายของคนล้านนา หมายถึง กะเทย หรือ บุคคลที่มีสองเพศ แต่โดยทั่วไปมักหมายถึงผู้ชายที่มีจริตออกสาวมากกว่าผู้หญิงที่จริตเป็นชาย หรือที่เรียกตามภาษาปากว่า ทอม 

ในประเด็นเพศภาพของม้าขี่นั้น ในอดีตม้าขี่ส่วนใหญ่มักเป็นเพศหญิง เนื่องด้วยเพศหญิงได้ผูกขาดการสืบสายผี จึงสามารถติดต่อกับผีบรรพบุรุษของตนเองได้ สำหรับม้าขี่เพศชาย และม้าขี่ปู๊เมียเข้ามามีบทบาทในการเป็นม้าขี่ของผีเจ้านายมากขึ้นในภายหลัง โดยเฉพาะม้าขี่ปู๊เมียที่เพศกำเนิดเป็นชายแต่มีเพศสภาพเป็นหญิง หรือเป็นชายรักชาย เริ่มมีสัดส่วนมากกว่าเพศอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด 

จากงานวิจัยของสุระ อินตามูล เรื่อง พิธีกรรมทรงผีเจ้านาย: พื้นที่เปิดทางเพศภาวะในล้านนา และบทความของกิ่งแก้ว ทิศตึง เรื่อง ร่างทรง และพื้นที่ทางสังคมของคนข้ามเพศ ได้สัมภาษณ์ม้าขี่ปู๊เมียตั้งแต่รุ่นอาวุโส วัยกลางคน จนถึงคนรุ่นใหม่ในวัยนักศึกษา ม้าขี่ผู้ให้สัมภาษณ์มีความเห็นตรงกันว่าม้าขี่ปู๊เมียมีสัดส่วนครึ่งต่อครึ่งเมื่อเทียบกับม้าขี่เพศหญิง

มาบัดนี้ตัวเจ้า ร่วงโรยไม่โชยกลิ่นหอม อย่างไรก็ตาม ถึงแม้กาลปัจจุบันประเทศไทยมีการเปิดกว้างและรณรงค์ตระหนักรู้สิทธิเท่าเทียมทางเพศ ปฏิบัติกับเราเฉกเช่นมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาทั่วไป แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยังไม่กลุ่มคนที่กีดกันความเป็น LGBTQIA+ หรือความหลากหลายทางเพศ เหตุเพราะพวกเราไม่ได้เป็นไปตามค่านิยมทางสังคม อีกทั้งกลุ่มเหล่านี้ยังคงภาคภูมิใจในเพศสเตรท (Straight) ของตนว่าดีหนักหนา 

อ้างอิง 

  • กิตติชัย วัฒนานิกร (2558). นายห้างป่าไม้ สีสันชีวิตอดีตล้านนา 
  • กองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม (2566). เผยสภาพเมือง “เชียงใหม่” เมื่อกว่าร้อยปีก่อน จากบันทึกนายตำรวจอังกฤษ
  • สุระ อินตามูล. (2555).  พิธีกรรมทรงผีเจ้านาย: พื้นที่เปิดทางเพศภาวะในสังคมล้านนา (รายงานผลการวิจัย). กรุงเทพฯ: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน).

ข่าวที่เกี่ยวข้อง