ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย “เศรษฐา” พ้นเก้าอี้นายกฯ ด้านนักกฎหมายชี้ นี่คือระบอบประชาธิปไตยที่ขาดตอน

Date:

14 สิงหาคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย เศรษฐา ทวีสิน คดีคุณสมบัตินายกฯ จากกรณีแต่งตั้ง พิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติเสียงข้างมาก 5:4 เสียง วินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบ มาตรา 160 (4) และ (5)

โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะยังคงเป็นชุดรักษาการต่อไปจนกว่าจะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ และแต่งตั้งฝ่ายบริหารชุดใหม่

ล่าสุดเฟซบุ๊คเพจพรรคเพื่อไทยได้โพสต์หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติดังกล่าวว่า

“ไม่ใช่ครั้งแรกที่พรรคเพื่อไทยเจออุปสรรค แต่เราจะทำงานต่อ เราจะไม่หยุดทุกครั้งที่ล้ม เราจะล้มไปข้างหน้า และลุกขึ้นใหม่อย่างมั่นคง

เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของคนไทย 14 สิงหาคม 2567

พรรคเพื่อไทย”

โดยหลังจากที่ เศรษฐาและคณะรัฐมนตรี พ้นสภาพ สภาผู้แทนราษฎรจะต้องมีการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยคุณสมบัติคือต้องมีชื่ออยู่ในบัญชีนายกฯ ของพรรคการเมืองที่มี สส. ในสภาไม่น้อยกว่า 5% หรือมี สส. เกิน 25 เสียงขึ้นไป 

จากเงื่อนไขดังกว่าจะพบว่ามีแคนดิเดตทั้งหมด 7 คน จาก 5 พรรคการเมือง ดังต่อไปนี้

1.พรรคเพื่อไทย จำนวน 2 คน คือ แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรค และชัยเกษม นิติสิริ สส.บัญชีรายชื่อ

2.พรรคภูมิใจไทย จำนวน 1 คน คือ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี, รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรค

3.พรรคพลังประชารัฐ จำนวน 2 คน คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี, พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี, รมว.พลังงาน และหัวหน้าพรรค

4.พรรคพลังประชารัฐ จำนวน 1 คน คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

5.พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 1 คน คือ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ

ด้าน ภาสกร ญี่นาง อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยความคิดเห็นกับ Lanner ว่า ในแง่ของกระบวนการทางกฎหมายนั้นเป็นปัญหาอย่างมาก การที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญที่เป็นองค์กรที่ไม่ได้มีความยึดโยงกับประชาชน และเป็นสัญลักษณ์ของระบอบประชาธิปไตยที่ขาดตอน ไม่ได้อิงกับหลักการแบ่งแยกอำนาจ เพราะหากพิจารณาที่มาของศาลรัฐธรรมนูญ พบว่าไม่ได้มาจากกระบวนการประชาธิปไตย แต่มาจากการแต่งตั้งโดย เครือข่ายอำนาจของ คสช. ตั้งแต่ปี 2557

ภาสกร ญี่นาง อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าเครือข่ายอำนาจเดิม ไม่สามารถครองอำนาจหรือรักษาเสถียรภาพของตนเองได้ภายระบอบหรือกลไกแบบประชาธิปไตย อาทิ การเลือกตั้ง ที่แพ้การเลือกตั้งและเสียอำนาจทำให้ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ จึงอาศัยกลไกที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระบวนการประชาธิปไตยจะเห็นได้บ่อยครั้งว่าศาลรัฐธรรมนูญเป็นกลไกที่เป็นเครื่องมือในการสร้างอำนาจให้กับตนเอง และทำลายคู่แข่ง

ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

ชายแดนไทย–เมียนมาปะทุรุนแรงต่อเนื่อง แม่สอดผวาอพยพรายวัน หลังเมียนมาโจมตีหมู่บ้านมะระกัน ดับ 18 ราย เด็กเล็กเสียชีวิต–แรงระเบิดสั่นถึงฝั่งไทย

สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ยังคงตึงเครียดอย่างหนักจากการสู้รบในรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 40 วัน และยังคงสร้างผลกระทบต่อฝั่งไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งแรงสั่นสะเทือนจากการโจมตีของกองทัพเมียนมา...

เมื่อร้านกาแฟกลายเป็นช่องฟอกเงิน ส.ส.วิโรจน์เตือน เชียงรายเสี่ยงเป็นฐานทุนสแกมเมอร์ จี้รัฐตรวจธุรกิจเงินสด–นอมินี

จังหวัดเชียงรายกำลังถูกจับตามองในฐานะพื้นที่ที่มีการไหลเข้าออกของเงินผิดกฎหมายจากขบวนการหลอกลวงออนไลน์ (สแกมเมอร์) ในภาคเหนือ หลัง วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ระบุในงานสัมมนา...

สุขภาพของ ‘เขา’ คือสุขภาพของ ‘เรา’ เหตุผลจริงของการรักษาที่ชายแดน บทเรียนที่แม่สอดและอุ้มผาง กับข้อตกลงสุขภาพข้ามพรมแดนที่ยังมาไม่ถึง

เรื่อง: กุลธิดา กระจ่างกุล อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก คือหนึ่งในพื้นที่ชายแดนที่มีพลวัตทางเศรษฐกิจและสังคมสูงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ เมืองเล็กๆ แห่งนี้เป็นศูนย์รวมของแรงงานข้ามชาติจากเมียนมาหลายหมื่นคนที่เข้ามาทำงานในโรงงาน การเกษตร การประมง...

คกน.-เครือข่าย เปิดเวที ‘ชาติพันธุ์กับรัฐธรรมนูญ’ บทเรียน 50 ปีสู่รัฐธรรมนูญที่คนเท่ากัน

1 ธันวาคม 2568 เครือข่ายกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ (คกน.) และเครือข่ายจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ ‘การต่อสู้ของพี่น้องชาติพันธุ์กับความสำคัญของรัฐธรรมนูญ’ โดยมีองค์กรภาคประชาชนจากไทย–เมียนมาร่วมแลกเปลี่ยน เพื่อทบทวนประวัติศาสตร์การต่อสู้ด้านสิทธิชุมชน...