ตัวแทนผู้ประกันตนมาตรา 33 แรงงานข้ามชาติแถลงเตรียมยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับโครงการ “ม.33 เรารักกัน”​

Date:

20/05/2022

วันนี้ 19 พฤษภาคม 2565 มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา HRDF Anti-Labor Trafficking (HRDF) และตัวแทนผู้ประกันตน ได้แถลงเตรียมยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับโครงการ “ม.33 เรารักกัน” ณ ห้อง American Conner ชั้น 1 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่​

โดยทางมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (HRDF) ได้แถลงถึงที่มาที่ไปในการยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องว่า สืบเนื่องจากกรณี โครงการ “ม.33 เรารักกัน” ซึ่งเป็นโครงการภายใต้แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา ชดเชย ให้แก่ภาคประชาชนฯ ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) พ.ศ.2563โดยการเสนอของกระทรวงแรงงาน ได้รับการอนุมัติตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 มีข้อกำหนดให้ผู้มีสิทธิตามโครงการฯเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่มี “สัญชาติไทย” เท่านั้น ส่งผลให้ผู้ประกันตนที่ “ไม่มีสัญชาติไทย” ไม่มีสิทธิรับการช่วยเหลือเยียวยา แม้เป็นผู้ประกันตน และได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิดเช่นเดียวกับผู้ประกันตนที่มีสัญชาติไทย ตัวแทนผู้ประกันตนมาตรา 33 ซึ่งเป็นแรงงานข้ามชาติจึงดำเนินการร้องเรียนความไม่เป็นธรรมกรณีโครงการ ม.33 เรารักกัน เลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติขัดต่อกฎหมายและขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน​

ภายหลัง ผู้ตรวจการแผ่นดินมีคำวินิจฉัยว่าโครงการ “ม.33 เรารักกัน” มิได้ขัดต่อ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 27 วรรคสาม ได้บัญญัติห้ามมิให้เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะความแตกต่างในเรื่อง “เชื้อชาติ” เท่านั้น มิได้หมายรวมถึง “สัญชาติ” ดังนั้น การที่โครงการฯ กำหนดคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิไว้ว่าต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยเท่านั้นจึงมิได้มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมเพราะความแตกต่างในเชื้อชาติ แต่ทั้งนี้ ตัวแทนผู้ประกันตนฯ ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าวจึงยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยว่าโครงการ ม.33 เรารักกัน ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2564​

ต่อมา 10 มกราคม 2565 ตัวแทนผู้ประกันตนฯ ได้รับแจ้งคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา โดยแจ้งว่าโครงการ “ม.33 เรารักกัน” เป็นโครงการตามมติคณะรัฐมนตรี กรณีความรับผิดของหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลอื่น ด้วยเหตุนี้ตัวแทนผู้ประกันตนฯ จึงจะดำเนินการต่อไปโดยการยื่นฟ้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ “ม.33 เรารักกัน” ที่มีส่วนร่วมในการกำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิตามโครงการฯที่ต้องมี “สัญชาติไทย” เท่านั้น เพื่อขอให้ศาลปกครอง ที่มีอำนาจอิสระ ตามแบบแม่บทประชาธิปไตย ในการพิจารณาและมีคำพิพากษาเพิกถอนการกระทำที่มีการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลละเมิดสิทธิมนุษยชน ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กฎหมายปกครอง และกฎหมายสิทธิมนุษยชนมนุษยชนระหว่างประเทศ เพื่อให้สร้างบรรทัดฐานทางสังคม (Social Norms) ที่ให้มีการเคารพหลักกฎหมายและสิทธิมนุษยชนโดยไม่เลือกปฏิบัติ และสร้างรากฐานหลักการแบ่งแยกอำนาจที่มิยอมให้มีองค์กรหนึ่งองค์กรใดใช้อำนาจของรัฐ (นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ) เพียงองค์กรเดียว​

ดังนั้น เนื่องจากเดือนพฤษภาคมนี้เป็นเดือนที่มีความหมายต่อการเรียกร้องของขบวนการแรงงานเพื่อให้ได้ซึ่งสิทธิ และสวัสดิการ ของแรงงานดังนั้นมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาและตัวแทนผู้ประกันตน จึงมีกำหนดการไปยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองกลางให้เพิกถอนฟ้องเพิกถอนการกำหนดคุณสมบัติสัญชาติไทย ในการเยียวยาผลกระทบจากโรคโควิด – 19 ตามโครงการม.33 เรารักกันในวันที่ 27 พฤษภาคม 2565 นี้​

ด้านตัวแทนผู้ประกันตน จาม่อง ลุงมู กล่าวว่า ”ถ้าการเมืองดีประชาชนไม่ต้องแสวงหาในสิ่งที่มันดี แต่ในตอนนี้ ทุกชนชั้นในสังคมล้วนได้รับผลกระทบ รวมไปถึงแรงงานข้ามชาติและบุคคลไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติต้องถือเอกสารมากมาย ในขณะที่คนไทยถือเพียงบัตรประชาชน มีขั้นตอนการดำเนินการเงื่อนไขต่างๆเยอะแยะมากมายเพื่อให้ได้มาซึ่งการทำงานและเข้าถึงประกันสังคม แต่ในวันนึงคุณได้ตั้งเงื่อนไขการให้ ม.33 มาเพื่อจะตัดคนกลุ่มนี้ออกไป พวกเราเป็นแรงงานหลักแต่ในวันที่วิกฤตกลุ่มเรากลับไม่ได้รับการเยียวยา ​ ผมสร้างสังคมผมขับเคลื่อนประเทศ คุณจะไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกพวกเราเลยถ้าคุณยังถือบัตรประชาชนเพียงใบเดียว นี่เป็นสาเหตุที่ผมต้องออกมาเรียกร้องในส่วนของตรงนี้”​

ตัวแทนแรงงานข้ามชาติ คุณไซ ควม วิน อธิบายว่าตนมีโอกาสได้เห็นกลุ่มคนที่ทำงานแรงงานตามแคมป์ก่อสร้างสถานที่ต่างๆ การที่ไม่ได้รับการเยียวยามันเหมือนคนเหล่านี้ถูกลืม วิกฤตที่เกิดขึ้นทำให้ไม่มีงานไม่มีรายได้ และเห็นว่าไม่มีใครควรถูกลืมและควรได้รับ ม.33 ​

วรีภรณ์ จากทีมนักกฎหมายแม่สอด อธิบายเพิ่มว่า ตัวคำสั่งห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานสร้างผลกระทบต่อแรงงานเป็นวงกว้าง ม.33 จะสามารถช่วยลดช่องว่างชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องแรงงานไร้สัญชาติในช่วงวิกฤตโควิดได้ การจ้างงานชายแดนภายในระยะเวลาสามเดือนถือเป็นอีกหนึ่งการเข้าถึงประกันสังคมแต่ในช่วงวิกฤตโควิดที่ผ่านมาแรงงานได้ผลกระทบแต่กลับไม่ได้รับการเยียวยา พอหมดสัญญาสามเดือนจากการปิดด่านพรมแดนทำให้เเรงงานไม่สามารถเดินทางได้ ทำให้ปัญหาเกิดความชัดขึ้น ม.33 สามารถลดช่องว่างการใช้ชีวิตของแรงงานได้ เพราะแรงงานเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ​

ภาพ: กนกพร จันทร์พลอย​

#lanner​
#ม33เรารักกันแต่ฉันถูกลืม​
#section33weneverbeenloved

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

ละลานล้านนา: สองสายจีน ริมปิง ฮ่อ–แต้จิ๋ว กับประวัติศาสตร์เชียงใหม่

เรื่อง: ปวีณา หมู่อุบล  เมื่อเข้าสู่ช่วงเทศกาลตรุษจีน ในพื้นที่ที่มีคนเชื้อสายจีนอาศัยอยู่หนาแน่นก็มักจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่ และหนึ่งในนั้นก็คือเชียงใหม่ นั่นก็เพราะเป็นเมืองที่ได้มีการติดต่อค้าขายกับชาวจีนมาตั้งแต่ในยุคจารีตเรื่อยมาจนสมัยเป็นมณฑลเทศาภิบาล รวมถึงมีคนจีนจำนวนมากอพยพเข้ามาตั้งรกรากและสั่งสมฐานะทางเศรษฐกิจ จนเกิดเป็นชุมชนชาวจีนขึ้นในทั้งสองฝั่งแม่น้ำปิง คือในย่านสันป่าข่อย...

‘เมื่อแม่น้ำกำลังพูด’ River Resistance ศิลปะแสดงสดนานาชาติเชียงราย 2569 ริมแม่น้ำกก 12–16 มีนาคม

แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง คือสายน้ำข้ามพรมแดนที่หล่อเลี้ยงผู้คนในจังหวัดเชียงรายมาอย่างยาวนาน สายน้ำเหล่านี้ไม่เพียงเป็นแหล่งอาหาร การเดินทาง และเศรษฐกิจ หากยังเป็นรากฐานของความทรงจำและวัฒนธรรมของชุมชนที่ตั้งบ้านแปงเมืองริมลำน้ำ...

สมการอำนาจใหม่ภาคเหนือตอนล่างการเติบโตของบ้าน ‘ไทยเศรษฐ์’  จากเจ้าพ่อสะแกกรัง สู่เกมอำนาจลุ่มน้ำเจ้าพระยา

เรื่อง: ปองภพ ดั่นสมานฉันท์ชัย การเลือกตั้งปี 2569 ไม่ได้เปลี่ยนแค่ตัวเลขในสภา หากยังขยับแผนที่อำนาจของบ้านใหญ่หลายหลังในภาคเหนือตอนล่าง หนึ่งในความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาที่สุดคือการขยายตัวของ ‘บ้านไทยเศรษฐ์’ จากจังหวัดอุทัยธานีเข้าสู่นครสวรรค์อย่างเป็นรูปธรรม การที่...

ตรวจรอบสองแม่น้ำสาละวิน พบสารหนูเกินมาตรฐานทุกจุด ตะกอนดินปนเปื้อนสูง เสี่ยงกระทบห่วงโซ่อาหาร

1 มีนาคม 2569 สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่ เผยผลติดตามคุณภาพน้ำแม่น้ำสาละวินและลำน้ำสาขาเป็นครั้งที่สอง โดยพบว่าสารหนูในน้ำเกินค่ามาตรฐานทุกจุดตรวจ ขณะที่ตะกอนดินมีการสะสมโลหะหนักในระดับสูง...